ภาษาไทย   
       
Search:
 
   SignIn!! Register  Mobile   PDA     Shopping Cart   

   
Product
Calendar


   
Open Web
19/06/2009
Last Update
24/11/2014
All Pageviews
All Products/Service
850



   

Product/Service Price Index
View All Categories (850)
หลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน
หลวงปู่โสฬส วัดโคกอู่ทอง จ.ปราจีนบุรี
หลวงปู่ทองดำ วัดถ้ำตะเพียนทอง
หลวงพ่อดำ วัดสันติธรรม
หลวงพ่อสวัสดิ์ วัดโพธิ์เทพประสิทธิ์ ลพบุรี
หลวงพ่อเกิด วัดเขาดิน จ.ชัยนาท
หลวงพ่อเสือ วัดดอนยายเผื่อน สิงห์บุรี
หลวงพ่อแช่ม วัดสำนักตะคร้อ นครราชสีมา
หลวงพ่อสมยศ วัดไทรทองพัฒนา
 หลวงปู่จันทร์ วัดจันทรังษี ขอนแก่น
หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน อยุธยา
พระเกจิยอดนิยมทั่วไป
หลวงปู่ตันบุญ วัดป่าทุ่งกุลาเฉลิมราช ร้อยเอ็ด
หลวงพ่อสมพงษ์ วัดใหม่ปิ่นเกลียว
ครูบากฤษณะ อินทฺวณโณ
 เครื่องราง ของขลัง
หลวงปู่ทวด ทุกวัด
พระอาจารย์พรสิทธิ์ วัดสว่างอารมณ์
หลวงพ่อชำนาญ วัดบางกุฎีทอง
หลวงพ่อรวย วัดตะโก อยุธยา
หลวงตาช้วน วัดขวาง สุพรรณบุรี
หลวงปู่ยวง วัดหน้าต่างใน อยุธยา
หลวงปู่แป๋ว วัดดาวเรือง สิงห์บุรี
หลวงปู่หุน วัดบางผึ้ง ฉะเชิงเทรา
หลวงพ่อสุพจน์ วัดศรีทรงธรรม
ครูบาอินแก้ว วัดพระธาตุดอยทีมู ตาก
อาจารย์แดง วัดไร่ ปัตตานี
หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร
หลวงปู่อั๊บ วัดท้องไทร นครปฐม
หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี สุรินทร์
หลวงปู่ชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์
ญาท่านโทน วัดบ้านพับ อุบล
หลวงปู่นิ่ม วัดพุทธมงคล สุพรรณบุรี
หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี
หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน ลพบุรี
หลวงปู่ลู วัดหนองจาน ชัยภูมิ
หลวงปู่บุญ วัดแสงน้อย จ.อุบลราชธานี
หลวงพ่อสมชาย วัดคงคา กาญจนบุรี
หลวงปู่จัน วัดวังเวิ่น เพชรบูรณ์
หลวงพ่อผิน วัดโคกสว่าง ปราจีนบุรี
หลวงปู่เฉลิม วัดบุญนาคประชาสรรค์ สมุทรสงคราม
หลวงพ่อมาโนช วัดบุ่งคล้า นครราชสีมา
หลวงปู่ครูบาเป็ง อาศรมสุขาวดี กำแพงเพชร
หลวงปู่น้อย วัดบ่อหลวง เพชรบุรี
พระครูวิรัช วัดสำโรง อ่างทอง
หลวงปู่ทองย้อย วัดอัมพวัน นนทบุรี
หลวงปู่ครูบาบุญทา วัดเจดีย์สามยอด ลำพูน
หลวงปู่ผาด วัดไร่
หลวงปู่เจ้าคุณเจือ วัดบ้านไผ่ นครราชสีมา
หลวงพ่อเสน่ห์ วัดพันสี อุทัยธานี
หลวงปู่ชั้น วัดดอนสนวน ชัยนาท
หลวงพ่อชู วัดทัพชุมพล นครสวรรณ์
หลวงพ่อไพโรจน์ วัดโคกพระ สิงห์บุรี
หลวงปู่เช้า วัดห้วยลำใย
รายการเปิดจองด่วน
พระอาจารย์เก่ง เขาถ้ำพระ สุราษฎร์ธานี
ครูบาสิทธิ วัดปางต้นเดื่อ จ.เชียงใหม่
หลวงปู่แย้ม วัดตะเคียน
พระพุทธชินราช
หลวงปู่แขก วัดสุนทรประดิษฐ์
หลวงพ่อเอิบ วัดซุ้มกระต่าย
พระอาจารย์ติ๋ว วัดมณีชลขัณฑ์
หลวงพ่อสม สุชีโว
หลวงพ่อทองหล่อ วัดโปรดสัตว์
พ่อท่านเงิน วัดโพรงงู
หลวงปู่เกลี้ยง วัดโนนแกด
หลวงเตี่ยเจ็ก
หลวงปู่สิมพะลี
หลวงพ่อกลม
หลวงปู่ทวี วัดมะสง จ.นนทบุรี
หลวงพ่อหวั่น วัดคลองคูณ จ.พิจิตร
พระครูน้อย วัดชัยมงคล สุพรรณบุรี
หลวงพ่อชุม วัดหนองบัว สุพรรณบุรี
หลวงพ่อไพโรจน์ วัดโคกพระ สิงห์บุรี
หลวงปู่คำบุ วัดกุดชมพู
หลวงปู่ญาท่านเขียน วัดป่าช้ายางขี้นก
หลวงปู่จันทร์ วัดสำปะซิว
หลวงปู่เกลี้ยง วัดเนินสุทธาวาส
พระอาจารย์ภัตร วัดนาทวี สงขลา
 หลวงปู่เร็ว วัดหนองโน จ.อุบลราชธานี





Please input email



     






Product/Service Detail
Product/Service >> หลวงพ่อสวัสดิ์ วัดโพธิ์เทพประสิทธิ์ ลพบุรี >> หลวงพ่อสวัสดิ์ ศิษย์ทายาทหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์ฯ หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม

หลวงพ่อสวัสดิ์ ศิษย์ทายาทหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์ฯ หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่


หลวงพ่อสวัสดิ์ ศิษย์ทายาทหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์ฯ หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม






  อีเมล์บอกเพื่อน
หลวงพ่อสวัสดิ์ ศิษย์ทายาทหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์ฯ หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงพ่อสวัสดิ์ ศิษย์ทายาทหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์ฯ หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงพ่อสวัสดิ์ ศิษย์ทายาทหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์ฯ หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงพ่อสวัสดิ์ ศิษย์ทายาทหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์ฯ หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงพ่อสวัสดิ์ ศิษย์ทายาทหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์ฯ หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงพ่อสวัสดิ์ ศิษย์ทายาทหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์ฯ หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงพ่อสวัสดิ์ ศิษย์ทายาทหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์ฯ หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงพ่อสวัสดิ์ ศิษย์ทายาทหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์ฯ หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงพ่อสวัสดิ์ ศิษย์ทายาทหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์ฯ หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงพ่อสวัสดิ์ ศิษย์ทายาทหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์ฯ หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงพ่อสวัสดิ์ ศิษย์ทายาทหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์ฯ หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม

Code: 000483
Price: 0.00 THB (Ref. 0.00 USD)
Description:

หลวงพ่อสวัสดิ์ โอภาโส วัดโพธิ์เทพประสิทธิ์  ต.โพธิ์เก้าต้น  อ.เมือง  จ.ลพบุรี

ทายาทพุทธาคมรูปสุดท้ายสายหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู

หลวงพ่อโต วัดโพธิ์เทพประสิทธิ์ หลวงตาละม่อม  วัดโพธิ์งาม

“พระเกจิที่เชี่ยวชาญด้านตะกรุดยอดมงคลขลัง สร้างวัด สร้างเสนาสนะด้วยตะกรุด ลงกระหม่อมด้วยน้ำมันว่านมหามงคลยอดขลัง มากมายด้วยอภินิหารปกป้องคุ้มครอง คงกระพันชาตรีเยี่ยม”

 หลวงพ่อสวัสดิ์ โอภาโสชาติภูมิของท่านนั้นก็เป็นคนบ้านโพธิ์เก้าต้นในตำบลเดียวที่วัดซึ่งท่านจำพรรษานี่เอง ท่านเกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2486 เป็นบุตรของคุณพ่อไสว กับคุณแม่ละม้าย นามสกุล หึ่นเสือ มีพี่น้องด้วยกัน 6 คน เกิดที่บ้านหมู่ 8 โพธิ์เก้าต้น ครอบครัวของท่านประกอบอาชีพทำนา ตัวหลวงพ่อสวัสดิ์เองท่านเป็นคนโต ท่านเล่าว่าพอเติบโตขึ้นมาก็เหมือนกับเด็กทั้งหลายทั่วไป จนเข้าเรียนเขียนอ่านก็เล่าเรียนหนังสือ ท่านอ่านออกเขียนได้ เรียนหนังสือได้ระยะหนึ่งก็บวชเป็นสามเณร ที่บวชเป็นสามเณรนั้นคือมีญาติเขาป่วยหนัก แล้วก็ทางญาติเขานั่นแหละบนบวชเณรไว้ แล้วตอนนั้นผู้ที่จะบวชเป็นสามเณรให้เขามีความจำเป็นต้องติดตามครอบครัวไปที่อื่น แล้วผู้เป็นสามีคนป่วยนั้นก็ไม่อาจบวชแทนได้ ด้วยต้องเลี้ยงดูครอบครัว  แล้วมีคนมาชวนให้บวชบอกว่าบวชไม่กี่วันเอาบุญ ช่วยเหลือเขา ด้วยเขาบนบวชเอาไว้ หากไม่มีใครบวชเณรให้เขาจะเดือนร้อน ที่เขาชวนนั้นเขาคงเห็นว่าท่านชอบใส่บาตรพระแต่น้อย ด้วยเห็นโยมแม่ใส่บาตรพระตอนเช้าแทบทุกวันและก็โยมยายบางครั้งยังไปวัดกับโยมตา เมื่อบวชเป็นสามเณรแล้วก็อยู่ที่วัดโพธิ์เทพประสิทธิ์ ท่านเป็นสามเณรรูปเดียวที่ไม่เคยถูกลงโทษเลยแม้แต่ครั้งเดียว

                ท่านเป็นผู้สนใจทางด้านมนต์คาถามาก แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้เลยว่าคาถาเขาเรียนอย่างไรทำอย่างไรกัน เห็นคนเคยถูกฟันถูกแทงไม่เข้าหนังเหนียว ยิงฟันไม่เข้า บางครั้งยังเคยเห็นคนถูกตีซ้ำในต้องรักษาเอาเลือดเอาสิ่งของที่ช้ำในร่างกายออกมา แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน แล้วมีวันหนึ่งเห็นหลวงตาท่านเขียนไว้ที่เสาศาลาการเปรียญ เขียนเป็นตัวขอม อักขระขอมทั้งหมด มียันต์และตัวนะ เขียนไว้ที่เสาแต่ละต้นมากมาย แล้วท่านก็พูดว่า เมตตา คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอำนาจ มหาระงับ เพชรกลับ ป้องกันภัย มีชื่อเสียง กันศัตรู แล้วท่านก็ชี้ไปแต่ละต้น คือตอนนั้นไม่รู้ว่าความหมายท่านนอนให้เป็นเคล็ด ใครอยากได้ต้องไปขอเรียน ใครไปขอเรียนหลวงพ่อท่านจะทดสอบก็เห็นมีได้เรียนบางท่านแล้วต่อๆ มาก็ไม่มีใครได้เรียน คงเป็นด้วยบุญวาสนาของแต่ละคนนั่นเอง ช่วงนั้นไม่รู้อะไร

                หลังจากลาสึกจากสามเณรแล้วก็ช่วยพ่อแม่ทำนาระยะหนึ่ง คือเป็นลูกชายคนโตก็ช่วยทางบ้านประกอบอาชีพ ท่านไม่เหมือนหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน คนอื่นเขายังไปเที่ยวไปไหนต่อไปบ้าง ท่านเองไม่ค่อยได้ไปเหมือนกับใครเขา จนใกล้บวชเป็นพระนั่นแหละถึงได้มีโอกาสไปเที่ยวงานวัดงานสนุกต่าง ๆ ในตัวเมืองลพบุรีบ้าง ท่านไปไหนไม่เคยมีเรื่องราวทะเลาะกับใคร ดีที่ไม่คบกับเพื่อนและเพื่อนก็ไม่เคยมาชักชวนเพราะชักชวนแล้วท่านไม่ยอมไปด้วย คือเขาไปเที่ยวกันแล้วมีเหตุทะเลาะกับคนถิ่นอื่นเพื่อน ๆ เขามีคนรักคนชอบกัน แต่ท่านไม่เคยสนใจเลย คือเห็นแล้วได้แต่ปลง ที่ปลงนั้นก็เพราะว่าตอนท่านอายุสัก 18-19 ปีนั้นพบเห็นผู้หญิงสองรายด้วยกัน ป่วยเป็นโรคอะไรไม่รู้ อาการทรมานมากกว่าจะตายลงไปก็นานหลายเดือน ส่วนอีกรายหนึ่งนั้นร่างกายซูบผอมเหลืองลงไป คนโบราณเขาบอกว่าเป็นโรคไข้ผอมแห้งแรงน้อย บางครั้งก็นอนครวญคราง แล้วที่น่าอนาถที่สุดก็มีคนรู้จักกันมีครอบครัวอายุยี่สิบปีเศษ ๆ ภรรยาเขาคงถูกอะไรสักอย่างหนึ่งถึงตายเร็วเหลือเกิน ตอนนั้นเห็นคนเขาพูดกันว่าถูกคุณไสยเขาทำเอา คนอื่นที่มันรับไปว่าจ้างหมอวิชาให้ทำคุณไสยปล่อยมาเอาจนตาย

                ชีวิตในการรับใช้ชาติ ลูกผู้ชายไทยต้องรับใช้ชาติบ้านเมือง ท่านได้รับการคัดเลือกเป็นทหารประจำการเป็นทหารอยู่สองปีเศษ ตอนที่เป็นทหารเกณฑ์นั้นท่านก็เป็นที่รักและเมตตาของเจ้านาย ทั้งครูฝึกและผู้พันไม่เคยลงโทษ คงเป็นด้วยท่านมีใจบริสุทธิ์ไม่เคยคิดที่จะแกล้งใคร ๆ ทำงานตามหน้าที่และในใจนั้นก็นึกถึงแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดี และก็ได้รับแต่สิ่งที่ดี บางคราวเจ้านายเรียกใช้ก็ยังได้รับรางวัลตามสมควร จนปลดการเป็นทหารรับใช้ชาติ หลังจากปลดทหารมาแล้วไม่นาน ท่านบังเกิดความเบื่อหน่ายต่อชีวิตในการเป็นคฤหัสน์ ในใจต้องการบวชเป็นพระสงฆ์ เพราะเห็นผ้าเหลืองที่พระสงฆ์สามเณรห่มแล้วมีความเยือกเย็นสุขใจยิ่งนัก ยิ่งได้ยินเสียงพระสงฆ์สวดมนต์ทำให้บังเกิดความไพเราะ เหมือนว่าเรานั้นได้ยืนนั่งอยู่ท่ามกลางสวรรค์ชั้นไหนสักชั้น ท่านรวบรวมเงินได้ก้อนหนึ่งเป็นเงินส่วนตัวของท่าน ให้โยมพ่อและโยมแม่จัดการบวชให้ท่าน ไม่ต้องจัดงานอะไร บอกเฉพาะเครือญาติสนิทเท่านั้น คือบอกเขาใครจะร่วมบุญก็แล้วแต่ญาติ ท่านบวชที่วัดโพธิ์เทพประสิทธิ์ เมื่อปี พ.ศ.2511 พระครูพรหม เจ้าคณะอำเภอเมือง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูบุญธรรม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูละมัย เป็นพระอนุสาวนาจารย์ บวชที่วัดโพธิ์เทพประสิทธิ์ โบสถ์มหาอุด ปัจจุบันโบสถ์หลังนี้ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี

                หลังจากที่บวชแล้วท่านก็ศึกษาพระปริยัติธรรม สอบได้นักธรรมตรี โท ในเวลาต่อมา ท่านช่วยงานต่าง ๆ ของวัดมาโดยตลอด ทั้งงานบูรณะก่อสร้าง ซ่อมแซม แล้วท่านก็เดินทางไปขอเรียนวิชากับหลวงตาม่อมหรือหลวงพ่อละม่อม ซึ่งเป็นพรอาจารย์ที่เรืองวิชามากและท่านก็เคยเห็นท่านเขียนยันต์อักขระขอมไว้อย่างงดงามมาก ท่านเดินจากวัดไปถึงวัดโพธิ์งามด้วยเท้า ไปทุกวัน ช่วยท่านทำโน่นทำนี่ไปกราบแล้ว แล้วสอบถามว่ามีงานอะไรให้ทำบ้าง หลวงตาท่านก็จะบอกว่ามีอะไรก็ทำ วันไหนมีญาติโยมกับท่านเยอะ ท่านก็แยกตัวไปทางอื่น หากที่วัดนั้นมีงานอะไรก็ช่วยทำ ท่านไม่เคยย่อท้อเลย การพยามต้องสำเร็จ

                สามปีพอดีท่านถึงมีโอกาสได้เรียนวิชาจากหลวงตาม่อม วันนั้นได้บอกหลวงตาว่า สามปีแล้วครับหลวงตาท่านตกใจเลยว่า สามปีเลยหรือนี่ แล้ววันนี้วันอะไร วันนี้วันพฤหัสบดีครับ  เอ้าดีเลยวันครูแล้วท่านก็รับพานบูชาครูรับไว้เป็นศิษย์ขอเรียนวิชา ตัวแรกคือตัวนะใหญ่ นะตัวนี้มีคุณวิเศษหลายอย่าง ท่านสอนแล้วต้องทำให้สำเร็จ ถ้าไม่สำเร็จต้องทำให้ได้ ก็ใช้เวลาไม่กี่วันถึงสำเร็จ หลวงพ่อสวัสดิ์บอกว่าของท่านห้ามลอง แต่ตอนนั้นลองให้หลวงตาท่านดู กว่าจะเรียนวิชาก็สามปี แล้ววิชาที่เรียนนั้นก็หลายปีกว่าจะหมด หลวงพ่อท่านถามว่าชอบทางไหน ท่านตอบว่าผมชอบทางคงกระพันชาตรี ทางมหาอำนาจ เรียนหมดทุกอย่าง แต่ชอบทางคงกระพันชาตรีที่สุด

                หลวงพ่อสวัสดิ์ โอภาโส พระอาจารย์ที่กำลังมาแรงดีเด่นด้านมงคลของขลัง ทั้งยังน้ำมันลงยันต์ลงนะต่าง ๆ สุดขลังเป็นที่นิยมนับถือของคนทุกชั้น ผู้สืบทอดวิชาสาย หลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู รูปสุดท้าย ผู้โด่งดังในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง สงครามอินโดจีน ที่ฝรั่งต่างชาติเรียกทหารไทยว่า ทหารผีดิบ ยิงล้มกลิ้งแล้วยังลุกขึ้นมายิงปืนได้อีก ที่ได้ถ่ายทอดวิชาให้กับหลวงพ่อโต อดีตเจ้าอาวาสรูปที่สี่แห่งวัดโพธิ์เทพประสิทธิ์ หลวงพ่อโตได้ถ่ายทอดวิชาทั้งหมดให้กับหลวงตาละม่อม พระอาจารย์ที่โด่งดังในลพบุรีที่ผ่านมานี้เอง และหลวงตาละหม่อมก็ได้ถ่ายทอดวิชาทั้งหมดให้กับหลวงพ่อประสิทธิ์ เป็นรูปสุดท้ายเพียงรูปเดียว เพราะท่านใช้เวลาทดสอบถึงสามปีเต็มจึงได้ถ่ายทอดวิชาให้จนหมดสิ้น ดีแค่ไหนไม่รู้แต่ที่แน่ ๆ คนไปหากันไม่เคยขาดเลยครับ ดังแบบเงียบ ๆ มานาน ตอนนี้คงไม่เงียบ วัดนี้ถ้าใครไปลพบุรีด้วยรถไฟหรือรถปรับอากาศ เมื่อถึงตัวเมืองลพบุรีแล้วสอบถามใคร ๆ เขาก็ได้ ไม่ไกลจากท่ารถเท่าไหร่ ด้วยต้องเช่าหรือว่าจ้างรถไป ไม่มีรถประจำทางผ่าน ขอให้ทุกท่านเดินทางไปกราบท่านด้วยความสมหวังทุก ๆ คนนะครับ

                                                    

            วัดโพธิ์เทพประสิทธิ์ วัดนี้ในอดีตหลายสิบปีนั้นมีพระอาจารย์ชื่อก้องนามกระเดื่องท่านหนึ่งนามว่าหลวงพ่อโต เป็นหนึ่งในบรรดาพระอาจารย์แนวหน้าของลพบุรี เหรียญรูปเหมือนของท่านราคาแพงหลายหมื่นบาท จำนวนเหรียญพระเครื่องของลพบุรีก็มี หลวงพ่อสาย วัดพยัคฆาราม หลวงพ่อวัดเขาพยาเดินธง หลวงพ่อจันทร์ วัดนางหนู และหลวงพ่อโต  แต่ละท่านนั้นเหรียญของท่านราคาแพงและค่อนข้างหายากยิ่ง ก็ด้วยบารมีและคุณวิเศษของท่านครั้งที่มีชีวิตอยู่นั้น เป็นที่เคารพนับถือของผู้คนในยุคนั้นเป็นอย่างมาก หลวงพ่อโตท่านเป็นพระที่แก่กล้าคุณวิเศษมาก เด่นทางมหานิยมยิ่งนัก สมัยที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสนั้น ต้องก่อสร้างศาลาการเปรียญและกุฏิสงฆ์ มีคนร่วมอาสาไปช่วยหาไม้มาทำเสาศาลาการเปรียญแบบชนิดที่ไม่ต้องไปขอแรงใครๆ เลย แสดงถึงด้านมหานิยมเมตตาของท่านสูง พระสงฆ์ในวัดของท่านไม่มีวันที่จะอดอยาก หลวงพ่อจันทร์ วัดนางหนูเก่งทางคงกระพันชาตรี หลวงพ่อโต ท่านเก่งทางด้านเมตตามหานิยม จังหวัดหนึ่งท้องถิ่นหนึ่งต้องมีพระเกจิอาจารย์คู่กัน องค์หนึ่งทางเหนียว องค์หนึ่งทางมหานิยม ถึงท่านจะเด่นจะดังทางมหานิยม แต่ด้านคงกระพันชาตรีของท่านก็ไม่ด้วยน้อยหน้ารูปอื่น ๆ ของท่านทางเหนียวนั้นก็ลือกระฉ่อนมาแล้วในลพบุรี  ครั้งที่ท่านมีชีวิตอยู่ย้อนไปหลายสิบปีที่ผ่านมา แม้แต่ครั้งสงครามโลกครั้งที่สอง หลวงพ่อโตท่านดังมาก ๆ

                ทั้งหลวงพ่อจันทร์และหลวงพ่อโต หลวงพ่อก๋ง วัดเขาสมอคอนและหลวงพ่อจันทร์ วัดข่อย แต่ละท่านที่ดัง ๆนั้น มีศิษย์ของท่านที่ได้สืบทอดวิชาอาคมขลังไว้ทั้งสิ้น และมีชื่อเสียงโด่งดังในลพบุรีด้วยสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นผู้คนหลั่งไหลเดินทางไปหากันไม่เคยขาด คงจะได้ยินกันบ้างแล้ว หลวงตาละม่อม วัดโพธิ์งาม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ผู้คนหลั่งไหลไปหาท่านเพื่อลงกระหม่อม ลงน้ำมัน สักน้ำมัน ชื่อเสียงของหลวงพ่อละม่อมหรือหลวงตาละม่อมนั้นดังสุด ๆ ใครลงน้ำมัน ลงนะ ลงยันต์แล้วไม่ต้องห่วง สุดยอดเหนียว ทั้งแคล้วคลาดอันตรายโด่งดังสุด  แต่ถ้าใครปฏิบัติไม่ดี การลงน้ำมันของหลวงตาไปก็ไม่บังเกิดผลแต่ประการใด ท่านเป็นพระที่เก่งทั้งทางดูลักษณะคนทั้งหลาย ใครไปหาท่านคิดดีหรือไม่ดีท่านก็รู้ รู้แม้กระทั่งคนที่ไปทำความผิดความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอะไรมาท่านก็รู้ แต่ไม่พูดตำหนิใครแต่ถ้าถามหรือต้องการให้ท่านช่วยเหลือ นั่นแหละท่านจะพูดทันที ถ้าเตือนใครแล้วไม่เชื่อคนผู้นั้นตายโหง ทั้งนั้นนี่คือความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อละม่อมหรือหลวงตาละม่อม

                หลวงตาละม่อมนั้นกว่าท่านจะได้เล่าเรียนวิชาจากพระอาจารย์ของท่านแต่ละรูปนั้นต้องใช้ความอดทนอย่างสูง แต่ละสำนักนั้นไม่ใช่ว่าไปแล้วจะได้เรียนเลย พระอาจารย์ของท่านที่ไปเรียนนั้นบางรูปปีกว่าถึงจะได้เรียน เฉพาะหลวงพ่อจันทร์ วัดนางหนูนั้นเป็นแรมปีท่านจึงถ่ายทอดวิชา ใช้เวลาในการเรียนยาวนานต้องเดินไปด้วยเท้า บางคราวก็ไปค้างกันที่วัด บางอาจารย์สามปีถึงได้เรียน ด้วยครูบาอาจารย์ท่านทดสอบใจไปในตัว ถ้าอดทนและปฏิบัติภาวนากรรมฐาน มีจิตใจเยือกเย็นใช้การพิจารณานั่นแหละถึงได้เรียน แต่ถ้าใครไปแล้วไม่มีความอดทนก็ไม่มีทางที่จะได้เรียนเลย

                แต่ละสำนักนั้นมักจะมีผู้สืบทอดวิชาอาคมขลัง ในนครสวรรค์มีผู้สืบทอดวิชาจากหลวงพ่อดัง ๆ เอาไว้ อ่างทอง สิงห์บุรี ก็มีผู้สืบทอดวิชาจากครูบาอาจารย์รุ่นเก่าไว้ทั้งสิ้น และลพบุรีก็มีผู้สืบทอดวิชาเอาไว้หลวงพ่อตาละม่อมหรือหลวงพ่อละม่อมนั้นท่านก็เล่าเรียนสืบทอดมาจากหลวงพ่อจันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อโต วัดโพธิ์เทพประสิทธิ์ และอีกหลายท่านด้วยกัน ทั้งทางด้านคงกระพันชาตรี ทางเมตตามหานิยม ทางแก้อาถรรพณ์กันผีปีศาจร้าย ทางน้ำมนต์ จากหลวงตาละม่อมก็มาถึงหลวงพ่อสวัสดิ์ โอภาโส เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เทพประสิทธิ์องค์ปัจจุบัน ท่านได้สืบทอดวิชาเอาไว้อย่างมากมาย ของจริง ของแท้ไม่มีการโอ้อวดใคร ๆ ของท่านทำแล้วใครเลื่อมใสเอาไปใช้ติดตัว ก็เห็นว่ามีคนเดินทางไปหาท่านกันไม่เคยขาด คนที่ได้ของดีจากท่านไปแล้วก็จะเดินทางไปหาท่านอีกหลายครั้ง  ท่านผ่านมานี้เองท่านก่อสร้างเสนาสนะในวัดต้องใช้เงินถึงหนึ่งล้านกว่าบาท ท่านออกตะกรุดโทนทั้งหมดทั้งดอกใหญ่และดอกเล็กร้อยกว่าดอก ได้เงินล้านกว่าบาทสร้างเสนาสนะเสร็จในเวลาปีเดียวเท่านั้นเอง

                หลายหลวงพ่อหลายพระอาจารย์ที่ต้องก่อสร้างเสนาสนะ บูรณะวัดวาอาราม ท่านได้จัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นมาเพื่อมอบให้กับชาวบ้านและผู้นับถือ บางท่านก็สร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือวัดอื่น สำหรับหลวงพ่อสวัสดิ์ โอภาโส ตะกรุดของท่านนั้นสร้างขึ้นด้วยความยากลำบาก ใครอยากได้ต้องจองกันข้ามปี  คนเอาไปติดตัวแล้วมีประสบการณ์มากมาย และท่านก็ทำมาเป็นเวลานานนับสิบ ๆ ปี จารตัวขอม จารตัวนะไปพร้อมกับเรียกสูตรเรียกธาตุไปพร้อมสรรพ การทำตะกรุดนั้นดูแล้วอย่าคิดว่าใครก็จารได้ ทำได้ ทำไปต้องเสกไปแล้วปลุกเสกรวมอีกครั้ง แล้วสำหรับของหลวงพ่อสวัสดิ์นั้น ท่านจะมอบให้หลังจากที่ออกพรรษาแล้วนั่นเองครับ           

                                        วัดวาอารามหลายแห่งที่กำลังก่อสร้างต้องอาศัยปัจจัยการญาติโยมทั้งหลายที่เขาร่วมทำบุญตามแต่ศรัทธา  การบอกบุญให้ผู้คนทราบข่าว  ก็แล้วแต่ว่าใครจะร่วมสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่  ทำน้อยแต่ทำด้วยความเต็มใจ  ตั้งจิตอธิฐานดีก็เป็นกุศลอย่างยิ่ง  เป็นการสะสมบุญไว้ในอนาคตและชาติหน้าจะได้ไม่ลำบาก  สำหรับผู้ที่มีบุญกุศลเดิมมากมายแล้วยิ่งเป็นการเพิ่มพูนให้มากขึ้น  สำหรับหลวงพ่อสวัสดิ์  โอภาโส  วัดโพธิ์เทพประสิทธิ์  ท่านก่อสร้างปรับปรุงเสนาสนะนั้น  ท่านสร้างตะกรุดโทนจะเรียกว่าแลกเปลี่ยนบางคนเขาก็เรียกขานว่ากันไป  แต่ก่อนนั้นท่านสร้างของท่านในหมู่ศิษย์ที่ใกล้ชิดที่รู้ว่าหลวงพ่อสวัสดิ์ท่านมีดี  พลังสมาธิยอดเยี่ยม  พูดตรงไปตรงมา  ไม่อ้อมค้อมต่อใคร  ชนิดที่พูดกันตรงๆ  ท่านบอกว่าเราบูรณะวัดสร้างเสนาสนะต่างๆจะไปรบกวนชาวบ้านเขามากมายก็ทำให้เขาเดือดร้อนก็สุดแต่ใครจะศรัทธาเท่านั้น  บรรดาศิษย์ของท่านก็ช่วยกันตนละเล็กละน้อยเท่านั้น  อย่างว่าจำนวนมากคนก็ช่วยท่านได้เยอะ  พระสงฆ์ที่เล่าเรียนวิชา  ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสมกับพระสงฆ์ผู้แก่กล้าบารมีย่อมมีศิษย์มากมาย  มีทุกระดับชั้น  อย่างว่าละครับระยะแรกๆนั้นก็ชาวบ้านธรรมดา  ข้าราชการชั้นผู้น้อยก่อนทั้งนั้น  นักปกครองท้องถิ่น  ก็หลวงพ่อท่านทำตะกรุดให้ศิษย์ของท่านติดตัวกัน  จนมีประสบการณ์มากมายหลายสิบดังกระหึ่มไปทั่วท้องถิ่น  ทั้งลพบุรี  สระบุรี เพชรบูรณ์  อ่างทอง  อยุธยาและอีกหลายๆจังหวัด  ผู้ที่ไดไปติดตัวมีประสบการณ์กันแล้ว  คนที่พบเห็นเขาก็สอบถามว่าของหลวงพ่อองค์ไหน  พอรู้ว่าของหลวงพ่อสวัสดิ์  วัดโพธิ์เทพประสิทธิ์  เขาก็หลั่งไหลเดินทางกันไปที่วัดหลวงพ่อท่านทำตะกรุดโทน  ใครต้องการต้องสั่งจองคิวยาวกันนานข้ามปีกันเลยทีเดียว  แต่ทุกคนก็รอด้วยความเต็มใจที่สุด  เพราะเห็นประสบการณ์กันแล้วแทบไม่น่าเชื่อว่าจะรอดชีวิตมาได้

                ตะกรุดของหลวงพ่อสวัสดิ์ท่านบอกว่าดูได้แต่ห้ามขอ สร้างแจกกันฟรี ๆ มีองค์เดียวในโลก เพียงแต่ท่านนำแผ่นทอง เงิน นาก มาให้ท่านทำให้ พร้อมทิ้งที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ให้ ได้เมื่อไหร่ท่านจะโทรไปบอกเอง ท่านไม่ได้สร้างให้ใครทำบุญหรือบูชาเหมือนของหลวงพ่อวัดอื่นๆ  แต่ของท่านมีค่าทางใจครับ  ใครจะช่วยสร้างเสนาสนะอะไรก็ช่วยสร้างกันไป    ของท่านห้ามทดลอง  ท่านไม่เคยบอกให้ใครเอาไปลอง  ให้ดูคนที่เขามีศรัทธากันว่าที่ผ่านมานั้นมีประสบการณ์มากขนาดไหน   นี่แหละเสนสนะของท่านในวัดถึงได้ ใช้เวลาก่อสร้างไม่นานก็สำเร็จปัจจุบันพบเห็นท่านได้รับนิมนต์ไปร่วมงานปลุกเสกวัตถุมงคลตามวัดต่างๆทั้งในลพบุรี  สระบุรีและอีกหลายจังหวัด  ซึ่งก่อนนั้นท่านก็รับนิมนต์ไปร่วมงานเสมอๆแต่ไม่ค่อยได้ยินชื่อเสียงกัน  อีกอย่างหนึ่งท่านดูเหมือนว่าพรรษาจะน้อยกว่าพระอาจารย์รูปต่างๆ ทั้งสิ้น  แต่พอผู้คนที่ได้รับตะกรุดของท่านติดตัวต่างบอกต่อๆ กันไป  นั่นแหละ เดี๋ยวนี้หลวงพ่อท่านหาเวลาพักแทบไม่ได้กันเลย  บางวันท่านใดไปวัดอาจเห็นว่าวัดเงียบสงบ ยังไม่มีคนไปหา  แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหลวงพ่อท่านจะพักผ่อน หรือจำวัด  ท่านนั่งจารตะกรุด  ลงตะกรุด เสกตะกรุด ของท่านแต่ผู้เดียว  เรียกว่าช่วงไหนจิตใจปลอดโปร่งสงบแล้ว ท่านก็หยิบมาจาร มาเขียนกันเลย  หรือไม่ก็เสกน้ำมันว่านของท่านที่เอาไว้ลงกระหม่อม  ลงหน้าผาก ลงยันต์ที่กลางหลัง  ทั้งยังเสกผงลงผงของท่านตลอดเวลา  ก่อนนั้นท่านยังพอมีเวลาว่างบ้าง  ตั้งแต่สองสามปีมานี้ท่านแทบไม่ค่อยได้พัก  แต่บางคราวท่านก็ต้องบอกญาติโยมเลยว่าขอพักสักหน่อย  แล้วท่านก็ต้อนรับญาติโยมด้วยแต่ละคนเขาเดินทางกันมาจากที่ไกลๆ  เขามีศรัทธาถึงมา

                คนเรานั้นในยุคประชาธิปไตย สิ่งใดถูกต้องไม่ถูกต้องก็พูดกันได้ว่ากันไปเลย  ทั้งยังมีการชุมนุมเรียกร้องต่อสู้เพื่อหนทางแห่งประชาธิปไตย  แม้แต่ทางพุทธศาสนา ก็ในเมื่อหลวงพ่อท่านมีแต่ตะกรุดโทน ชาวบ้านและผู้นับถือก็อยากได้วัตถุมงคลไว้บูชาติดตัวเพื่อความเป็นสิริมงคลกับตนเอง  และเพื่อให้แคล้วคลาดจากภยันอันตรายทั้งหลาย  เดินทางไปไหนก็ให้แคล้วคลาดจากคนทำร้าย  ปลอดภัยจากโจรร้ายทั้งหลาย  เป็นเมตตามหานิยม  พอดีปีนี้มีวันเสาร์ห้าตรงกับวันเสาร์ที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา  ท่านก็เลยเห็นว่าเมื่อศิษย์และชาวบ้านต้องการวัตถุมงคล ท่านก็ให้ศิษย์ช่วยกันสร้าง มี เหรียญรูปเหมือนหลังหนุมานเชิญธงรุ่นแรก พระปิดตาเนื้อว่านมหาเศรษฐี  พระนารายณ์ขี่หนุมานครองเมือง  และผ้ายันต์พัดโบกมหายันต์ครอบจักรวาล รุ่นลายเซ็น ขึ้นเป็นครั้งแรก  ชาวบ้านเขาจะได้บูชาติดตัวไม่ต้องรอเหมือนตะกรุดโทนกัน  ท่านได้เสกของท่านมาก่อนวันเสาร์ห้า และจะได้ทำพิธีปลุกเสกอีกครั้งในวันที่ 11 มิถุนายน 2554 ซึ่งมีพระเกจิอาจารย์ที่แก่กล้าอาคมขลังมาร่วมพิธีทั้งหมด 9 รูปด้วยกัน

                เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อสวัสดิ์ โอภาโส รุ่นแรก ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อครึ่งองค์หน้าตรง มีตัวหนังสือลายเซ็น อยู่ตรงอกของท่าน และตัวนะตรงผ้าสังฆาฏิ  ล้อมรอบคาถาที่ท่านใช้ประจำโค้งตามของเหรียญล้อมองค์ท่าน  เหรียญรุ่นแรกของท่านช่างได้แกะรูปใบหน้าของท่านเหมือนหลวงพ่ออย่างมากที่สุด  เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง  ตอนที่ช่างแกะบล็อกนั้น มีคนเห็นบอกว่าแกะได้งดงามยิ่ง และคมชัดเจน เหมือนรูปหลวงพ่อที่สุด  ต้องยอมรับว่าฝีมือช่างเขาเยี่ยมมาก  เอาเหรียญที่ถ่ายรูปแล้วเทียบรูปภาพหรือรูปตัวจริงของท่านเลยนั้นเหมือนกันที่สุด

                แล้วด้านหลังเหรียญนั้น หลวงพ่อท่านให้ใช้รูปยันต์ เป็นหนุมานเชิญธง มือขวาถือธง มือซ้ายถือตรี อันเป็นอาวุธของหนุมาน  พร้อมทั้งอักขระคาถาที่สำคัญของหลวงพ่อที่ใช้เสกด้วย  หนุมานเชิญธงนั้นอันเป็นตำราเก่าแก่ที่หลวงปู่จันทร์ วัดนางหนูและหลวงพ่อโต วัดโพธิ์เทพประสิทธิ์เล่าเรียนมาจากครูบาอาจารย์ และยังหลวงตาม่อมอีกด้วย  หนุมานนั้นมีคุณวิเศษทางมหาอำนาจอย่างยิ่ง พระเกจิอาจารย์หลายท่านด้วยกัน ถ้าท่านผู้อ่านพบเห็นและสนใจประวัติของท่านแล้ว จะรู้เห็นว่าพระสงฆ์ที่เป็นเกจิ ใช้ยันต์หนุมานเชิญธง หนุมานสี่กร นั้น เหรียญของท่านหรือแม้แต่พระผงก็มีอิทธิคุณโดดเด่นมาก  ทั้งสานวิชาของหลวงปู่จันทร์ หลวงพ่อโต และหลวงพ่อโป๋ วัดวังแดงใต้ นั้นดังมานาน  สมัยก่อนดังมาก ศิษย์ของท่านหลายคนถูกรุมทำร้าย  แต่ไม่อาจทำอะไรได้เลย  จะฟันก็ไม่เข้า แทงก็ไม่เข้า ยิงไม่ออก ยิงไม่เข้า    นายปุ่นคนข้างบ้านดีเซลน้อย อดีตนักมวยเข่าก้องปฐพี บ้านหัวคุ้ง อำเภอนครหลวง  นายปุ่นแกทำนา ต้องเปิดน้ำเข้านา แต่ด้วยคนอื่นก็ต้องการน้ำทำนา แต่ว่าพูดจาไม่ดี แกเลยไม่สนใจ ด้วยต้องขอผ่านน้ำจากนานายปุ่น  วันนั้นนายปุ่นไปช่วยหุงข้าวงานบวชนาคใกล้ๆบ้าน  เสร็จแล้วก็นอนพักที่หัวคันนาตนเองห่างจากบ้านของแกสามสิบเมตร  ห่างจากบ้านงานบวชร้อยเมตรเท่านั้น  พวกนั้นเห็นว่าปลอดคนและเห็นว่านายปุ่นคงจะเมาสุรามาก  จึงเป็นโอกาสเหมาะ พวกนั้นใช้มีดดาบญี่ปุ่นฟันกากบาทที่เข่าทั้งสองข้าง ฟันที่หน้าแข้งทั้งสองข้าง ฟันไหล่ ฟันกลางตัว  เรียกว่าคนฟัน ฟันชนิดเต็มแรง กะไม่ให้ต่อสู้ได้เลย  ให้ตายคาที่กันเลย  เปล่าเลยครับ ดาบญี่ปุ่นคมกริบ หาระคายผิวนายปุ่นไม่  นายปุ่นลุกขึ้นได้ คนฟันยืนถือดาบชูขึ้นท้องฟ้า กะฟันนายปุ่นให้ขาดคามือ แต่เปล่าเลย ฟันไม่เข้า นายปุ่นลุกขึ้นมายืนแล้วชี้หน้าคนฟัน  และมือขวาของนายปุ่นชักมีดพกยาวเกือบสองคืบออกจากฝักที่เหน็บเอว  ยังไม่ทันที่จะจ้วงแทงคนฟัน  เจ้าคนที่ฟันก้มลงกราบตีนนายปุ่นตัวสั่นเทา  พอดีคนที่บ้านงานแลเห็นจึงบอกกันต่อกันไปช่วย  และหลานนายปุ่นก็ออกไปช่วย  กำนันรีบวิ่งออกไปห้าม  คนที่ฟันต้องสาบานขอโทษ และไม่คิดแค้นอาฆาติแต่ประการใด  ไม่ก้มลงกราบมีหวังคนที่ตายวันนั้นคงเป็นคนที่มาฟันนายปุ่นนั้นแหละ  ที่นายปุ่นเหนียวฟันไม่เข้านั้น  เพราะใช้วิชาหนุมานคลุกฝุ่น หรือคาถาหนุมานเสกน้ำเสกข้าว  ทั้งยังเสกแป้งเสกฝุ่นลงกระหม่อมตัวเอง  จะทำให้อยู่คงกระพันชาตรี  กันแม้กระทั่งสัตว์เลื้อยคลานไม่อาจทำอันตรายอะไรได้  วันนั้นถ้านายปุ่นไม่เพลียจากการช่วยงานบวช ช่วยหุงข้าวให้บ้านงานแล้ว มีหวังพวกที่ไปฟันเขาต้องตายแน่นอน  เขาไม่เคยคิดร้ายต่อใคร  แต่คนอื่นนั้นกะเอากันตาย   ถ้าไม่มีวิชาติดตัวแล้ว นายปุ่นก็ตายเหมือนกัน  แกบอกว่าได้วิชานี้มาจากหลวงพ่อโป๋ วัดวังแดงใต้  แล้วตอนหลังแกก็ยังได้วิชานี้จากหลวงปู่จันทร์  ท่านบอกว่า เรียนมาที่เดียวกัน  หลวงพ่อโป๋อาวุโสน้อยกว่าหลวงปู่จันทร์เล็กน้อย ห่างกันไม่กี่ปี

                แล้วอีกท่านหนึ่งที่เล่าให้ฟัง  สมัยนั้นได้วิชาหนุมานคลุกฝุ่นหรือหนุมานออกศึกนั้น ใช้เสกอะไรก็ได้จะเป็นน้ำลายก็เรียกว่าอาพัดน้ำลายกลั้นใจ เสกแล้วกลืนน้ำลายลงคอ  จะช่วยให้คงกระพันชาตรี ยิงฟันไม่เข้า  หรือจะเสกแป้งเสกฝุ่นลงกระหม่อม ตนเองก็ใช้  ท่านนี้เป็นทหารพลร่มป่าหวาย สังกัดหน่วยปฏิบัติการจิตวิทยา หรือหน่วย ปจว.  บางคนก็เรียกทหารหน่วยนี้ว่า พลร่มป่าหวายนั้นเอง  หลายปีก่อนนั้นยังมียศสิบเอก  ตอนนี้ไม่รู้ว่าได้ยศอะไรแล้ว  เล่าให้ฟังว่า  ตอนนั้นทำหน้าหาข่าว ถูกฝ่ายตรงข้ามไล่ล่าล้อม  เขาเองต้องส่งข่าวให้ได้  ก็ได้วิชาหนุมานนี้แหละ เสกฝุ่นโรยกระหม่อมและฝ่าวงล้อมออกมาอย่างง่ายดาย เป็นที่น่าอัศจรรย์มาก  เขาบอกว่าวันนั้นถ้าปะทะยิงกัน ก็สู้ไม่ได้ เพราะเขามีแต่ปืนพกกระบอกเดียว กับลูกปืนห้าแม็กกาซีนก็ตาม  ด้วยมหาอำนาจมนต์ขลังวิชาหนุมานที่ได้มาจากหลวงพ่อสวัสดิ์ จึงช่วยให้เขารอดพ้นอันตราย   ตอนนั้นคิดเหมือนกันว่าหลวงพ่อท่านนี้ต้องเก่งและอายุมาก  พอเขาบอกว่าอายุท่านยังน้อย  ก็เลยทำให้ผู้เขียนไม่ไปหา  แต่พอมาตอนนี้ได้มีโอกาสไปกราบท่านถือว่าโชคดีที่สุด  ได้กราบพระสงค์ที่ถือว่าแก่กล้ามนต์วิชาสูงยิ่ง  ถือว่าเป็นบุญเหลือหลายที่ได้พบกับเพื่อนนักรบปกป้องแผ่นดินจากลพบุรีแนะนำพระสงฆ์ให้รู้จัก  เหรียญรูปเหมือนของท่านรุ่นนี้บรรดาชาวบ้านและศิษย์ที่นับถือท่านบอกว่า  รุ่นนี้ใช่เลยแน่นอน  เรื่องขลังเรื่องเหนียว  แคล้วคลาดนั้นยอดเยี่ยม  และยังได้ปลุกเสกล้ามาตั้งแต่เสาร์ไปจนถึงวันที่  11 มิถุนายนเป็นเวลาอีกหลายวัน  ท่านเสกให้อย่างเต็มที่สุดๆ  แล้ววันที่ 11ยังได้ปลุกเสกใหญ่อีกครั้ง  และยังมีพระปิดตาเนื้อว่านมหาเศรษฐีฝังตะกรุดทองคำด้วย  เรียกว่าพระปิดตารุ่นลายเซ็น  หลวงพ่อท่านเสกผงตั้งแต่ตัวนะตัวต้นหรือตัวนะปัทมังเป็นต้น  ไปจนครบนะต่างๆถึงร้อยแปดนะ  เสกไปเรื่อยๆจนท่านพอใจ  ซึ่งท่านเสกของท่านบางวันนานหลายชั่วโมง  บางวันก็ชั่วโมงเดียว  บางวันแค่นะสามสี่ตัวก็หยุด  เสกอัดพลังของท่านไปเรื่อยๆ  แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านจะไม่เสกลงไปคือทางมนต์มหาเสน่ห์  ท่านเคยบอกพระในวัดและศิษย์ทั้งชาวบ้านที่ใกล้ชิดท่านเลย  ว่าไม่ต้องลักเอาไป  ท่านไม่ลงทางเสน่ห์เด็ดขาด  สมัยที่เรียนกับครูบาอาจารย์มานั้นเห็นคนลักผงเอาไปใช้  และทำให้เสียชื่อ  ทำให้บาปด้วย  ถ้าเมตตามหานิยมต้องมหานิยมด้วยอิทธิคุณ  เป็นเมตตาทั้งชั้นฟ้าชั้นเทวดากันเลย

                ด้านหลังขององค์พระปิดตานั้นจะเป็นตัวขอมว่า  นะมะพะทะ  ตรงกลางหลังนั้นเป็นตัวนะใหญ่ชักเป็นยอดยาวอุนาโลม  นี่แหละนะตัวนี้แหละเรียกว่าตัวนะต้น  พระอาจารย์รูปไหนที่เล่าเรียนวิชาแล้วแต่เสกนะตัวนี้ตัวเดียว  บังเกิดความขลัง  ทั้งเหนียว  แคล้วคลาดอันตราย  กันภัยกันผีได้ถือว่าสำเร็จในวิชาแล้ว  พระปิดตาหรือพระควันบดีนี้  ในอดีตที่ผ่านมาพระสงฆ์รูปหนึ่งได้วิชาการสร้างพระควันบดีหรือพระปิดตานี่แหละ  ด้วยพระรูปนั้นอยู่ในถิ่นกันดารห่างไกลผู้คน  หมู่บ้านนั้นคนน้อย  พระรูปนั้นที่ดูแลพระสงฆ์ลำบากด้วยขาดอาหารการฉัน  พระรูปนั้นจึงสร้างพระปิดตาขึ้น  ต่อมาเรื่องการกินอยู่ไม่ขัดสนไม่อดอยาก  แต่ยังช่วยให้คนหมู่บ้านอื่นใกล้ๆเดินทางมาทำบุญกันทำให้มีกิน  ต่อมาพระที่เล่าเรียนวิชานี้จึงได้ทราบสืบทอดกันมา  มีคนถามหลวงพ่อสวัสดิ์ว่า  แล้วของหลวงพ่อคล้องเดี่ยวได้ไหม  ท่านตอบว่า  ถ้านับถือใจมั่นหลวงพ่อองค์ไหนก็ได้ทั้งนั้นไม่ต้องมาลองของฉันหรอกนะ  ท่านรู้ว่าผู้นั้นเขาถามเพื่อทดสอบลองของท่าน

ศิษย์และผู้นับถือพอรู้ว่าครั้งนี้มีพระปิดตาด้วยต่างจองกันมากมาย  ศิษย์ใกล้ชิดบอกว่า  หลวงพ่อสวัสดิ์ท่านเสกน้ำมันว่านแล้วให้ช่างเอาไปผสมทำพระปิดตาด้วย  ท่านยังสั่งห้ามเลยนะว่า  ถ้าอยากได้มาขอกับท่าน  เรียกว่าวัตถุมงคลของท่านรุ่นนี้พอรู้ว่าท่านสร้างก็ดังกันแล้ว

                พระนารายณ์ขี่หนุมานครองเมือง  พระนารายณ์ผู้ทรงฤทธิ์เดช  ทั้งรวมกับหนุมานทหารเอกที่แก่กล้ามากด้วยฤทธิ์  เป็นพระผงที่โดดเด่นมากในเมืองลพบุรี  ถือเป็นพระรุ่นแรกในจังหวัดนี้ก็ว่าได้  ด้านหลังองค์พระนั้นลงประทับด้วยนะพุท  ตัวพุทนั้นย่อมาจากหัวใจคาถาหลายบท  ผู้ที่เรียนมาเท่านั้นถึงจะใช้ตัวนะตัวนี้ได้  แล้วขอบองค์พระล้อมตัวนะนั้นยังลงด้วยคาถาบทสำคัญที่เข้มขลังซึ่งท่านเล่าเรียนมา

อิทธิคุณของพระนารายณ์สี่กรขี่หนุมานครองเมืองนี้  น้อยนักที่ท่านพระอาจารย์ทั้งหลายจะสร้างมีความเด่นและยอดทางอิทธิคุณมาก  ทั้งเมตตามหานิยม  คนชื่นชมไปไหนแคล้วคลาดอันตราย  ช่วยปกป้องคุ้มครอง  บูชาติดตัวให้อธิฐานเอาไปไหนก็รอดพ้นภัย  อย่าพบคนร้ายให้พบแต่สิ่งดี  พบโชคลาภ  สมหวังในกิจการงานต่างๆ  คนคิดร้ายก็ขอให้กลับจิตใจเป็นเมตตาสงสาร  นอกจากนี้ยังมีผ้ายันต์รุ่นแรก เรียกว่าผ้ายันต์ครอบจักรวาล  รูปหลวงพ่อตรงกลางนั่งสมาธิ  ล้อมรอบด้วยคาถาต่างๆซึ่งท่านใช้เสกของท่านประจำ  ในผ้ายันต์นั้นมีทางเมตตามหานิยม  ทางค้าขาย  ทางมีชื่อเสียง  ทางป้องกันอันตราย  ทั้งอุดปืน  กันปืน   กันศัตรูทำร้าย  กันฟ้ากันลม  อีกทั้งยังลงทางมหาอำนาจ  ให้ผู้คนทั้งหลายยำเกรง

                ผ้ายันต์นี้หลวงพ่อสวัสดิ์ท่านเขียนด้วยมือของท่านเป็นแม่แบบให้ช่างไปปั๊ม  ลายมือของท่านสวยอักขระงดงามอย่างยิ่ง  แต่ยันต์แค่นะที่ท่านลงนั้นไม่ต้องเสกก็มีคนอยากได้กันแล้ว  หลวงพ่อบอกต้องเสกก่อน  ชาวบ้านเขาเห็นบอกว่าของหลวงพ่อไม่ต้องเสกก็ใช้ได้  ตัวขอมนะนั้นขลังอยู่แล้วสายวิชาของหลวงปู่จันทร์  หลวงพ่อโตนั้นสุดๆยิ่งมาได้หลวงตาม่อมมอบวิชาให้อีกถือว่าวิเศษยิ่ง

                                           

นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
Payment Method  Read more
• Bank transfer